วิธีดูแลผิวให้หอมติดทนนานตลอดวันโดยไม่ต้องพึ่งน้ำหอม
การมีกลิ่นกายที่หอมละมุนเป็นธรรมชาติเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจได้ดีเยี่ยม โดยไม่จำเป็นต้องฉีดน้ำหอมราคาแพงเสมอไป เคล็ดลับของการมีผิวหอมอยู่ที่การดูแลความสะอาดและการเลือกใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่ให้กลิ่นสะอาดสดชื่นคล้ายกับกลิ่น ข้าวสารหอมมะลิพันธุ์105 ที่เพิ่งหุงเสร็จใหม่ๆ ซึ่งมีความหอมเป็นเอกลักษณ์และละมุนละไม
นี่คือวิธีดูแลตัวเองให้ตัวหอมกรุ่นตลอดทั้งวันด้วยเทคนิคง่ายๆ ครับ
1. เริ่มต้นด้วยการอาบน้ำอย่างถูกวิธี
การชำระล้างแบคทีเรียซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นกายคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด แนะนำให้เลือกสบู่อาบน้ำที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์และกลิ่นหอมอ่อนๆ หากคุณชอบกลิ่นที่สะท้อนถึงความเป็นไทย กลิ่นของ มะลิพันธุ์หนักเบา ที่มีความหอมเย็นชื่นใจ จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและมีกลิ่นดอกไม้จางๆ ติดผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
2. การสครับผิวเพื่อเปิดรับความหอม
การผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกจะช่วยให้ครีมบำรุงผิวซึมซาบได้ดียิ่งขึ้น คุณสามารถทำสครับใช้เองที่บ้านได้โดยใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น การนำ ข้าวหอมมะลิแท้ มาบดละเอียดผสมกับน้ำผึ้งและโยเกิร์ต ข้าวจะช่วยให้ผิวนุ่มนวลและทิ้งกลิ่นหอมสะอาดแบบธัญพืชไว้บนผิว
3. กักเก็บความชุ่มชื้นขณะผิวหมาด
เทคนิคสำคัญที่ทำให้กลิ่นติดทนคือการทาโลชั่นหรือออยล์ทันทีหลังอาบน้ำเสร็จภายใน 3 นาที ขณะที่รูขุมขนกำลังเปิด การเลือกโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารสกัดจาก ข้าวหอมมะลิ ไม่เพียงแต่จะช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม แต่ยังให้กลิ่นหอมที่ดูสะอาดสะอ้านและสุภาพ เหมาะกับทุกโอกาส
4. อาหารที่กินส่งผลต่อกลิ่นกาย
สิ่งที่เราทานเข้าไปส่งผลต่อกลิ่นเหงื่อโดยตรง การรับอาหารที่ดีและมีคุณภาพอย่าง ข้าวสาร คุณภาพดี ผักใบเขียว และผลไม้ จะช่วยลดการสะสมของของเสียในร่างกาย ทำให้กลิ่นกายมีความเป็นกลางและไม่ฉุน
5. การดูแลเสื้อผ้าให้หอมนุ่ม
กลิ่นกายที่หอมจะสมบูรณ์แบบได้ก็ต่อเมื่อเสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่มีกลิ่นอับ การเลือกใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีกลิ่นละมุน หรือการเก็บเสื้อผ้าไว้ในตู้ที่มีถุงหอมกลิ่น ข้าวหอมมะลิไทย จะช่วยให้เสื้อผ้าซึมซับกลิ่นที่หอมสดชื่น เมื่อสวมใส่คู่กับการดูแลผิวที่ดีแล้ว รับรองว่าคุณจะมีเสน่ห์จนคนข้างๆ ต้องทักโดยไม่ต้องพึ่งน้ำหอมเลยครับ
คอลลาเจน 1 กล่อง ราคากล่องละ 399 บาท
คอลลาเจน 2 กล่อง ราคากล่องละ 750 บาท
คอลลาเจน 3 กล่อง ราคากล่องละ 1,000 บาท