UVA กับกระบวนการเกิด Glycation ในชั้นผิว
UVA กับกระบวนการเกิด Glycation ในชั้นผิว: วายร้ายเงียบที่ทำลายคอลลาเจน
เมื่อพูดถึงการดูแลผิวพรรณ หลายคนมักโฟกัสไปที่การป้องกันริ้วรอยจากอายุที่มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัจจัยภายนอกอย่างแสงแดด โดยเฉพาะ รังสี UVA และปัจจัยภายในอย่างพฤติกรรมการกิน คือตัวการสำคัญที่เร่งให้ผิวแก่ก่อนวัย ผ่านกระบวนการทางเคมีที่เรียกว่า Glycation (ไกลเคชั่น) ซึ่งเป็นภัยเงียบที่ทำลายโครงสร้างผิวจากภายในสู่ภายนอก
ทำความรู้จักกับกระบวนการ Glycation และรังสี UVA
Glycation คือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อน้ำตาลส่วนเกินในร่างกายเข้าไปจับตัวกับโปรตีน อย่างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว จนเกิดเป็นสารอนุมูลอิสระที่เรียกว่า AGEs (Advanced Glycation End-products) สารนี้จะทำให้คอลลาเจนที่เคยยืดหยุ่นกลับแข็งตัว เปราะหักง่าย ส่งผลให้ผิวเกิดความหย่อนคล้อยและมีริ้วรอยลึก
ในขณะเดียวกัน รังสี UVA จากแสงแดดสามารถทะลุผ่านกระจกและเมฆเข้ามาถึงผิวชั้นพลอย (Dermis) ได้อย่างง่ายดาย แม้ในวันที่เรานั่งทำงานอยู่ในบ้านหรือรับประทานมื้อกลางวันง่าย ๆ อย่างข้าวผัดจาก ข้าวสาร ร้อน ๆ รังสี UVA ก็กำลังทำงานอยู่ใต้ผิวของเรา
UVA ตัวเร่งปฏิกิริยาไกลเคชั่น
ความน่ากลัวคือ รังสี UVA ไม่ได้แค่ทำให้ผิวหมองคล้ำ แต่ทำหน้าที่เป็น "ตัวเร่งปฏิกิริยา" (Catalyst) ให้เกิดกระบวนการ Glycation เร็วขึ้นเป็นทวีคูณ โดย UVA จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างสารอนุมูลอิสระในชั้นผิว สารอนุมูลอิสระเหล่านี้จะวิ่งไปจับมือกับน้ำตาลและโปรตีน ทำให้เกิดสาร AGEs ในปริมาณที่มากกว่าปกติ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ หากเราชื่นชอบการทานคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวเหนียว ขนมปัง หรือ ข้าวหอมมะลิ ในปริมาณที่มากเกินไป ร่างกายจะมีน้ำตาลในกระแสเลือดสูงอยู่แล้ว และเมื่อผิวโดนรังสี UVA ซ้ำเข้าไป คอลลาเจนในผิวจะถูกทำลายอย่างรวดเร็ว ผิวจะสูญเสียความกระชับ เกิดเป็นริ้วรอยที่ยากจะฟื้นฟู
การเลือกรับประทานอาหารเพื่อปกป้องผิว
นอกจากการทาครีมกันแดดเพื่อบล็อกรังสี UVA แล้ว การปรับพฤติกรรมการทานอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน การเลือกทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) ต่ำหรือปานกลาง จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลไม่ให้พุ่งสูงเร็วเกินไป
ปัจจุบันประเทศไทยเรามีสายพันธุ์ข้าวที่หลากหลาย ซึ่งบางสายพันธุ์มีคุณประโยชน์และสารอาหารสูง เช่น มะลิพันธุ์หนักเบา ที่เกษตรกรไทยนิยมปลูก หรือหากชอบความนุ่มนวลเป็นพิเศษ การเลือกทาน ข้าวสารหอมมะลิพันธุ์105 ในปริมาณที่พอเหมาะ ควบคู่ไปกับผักใบเขียวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ก็เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยชะลอการเกิดปฏิกิริยา Glycation ได้
วิธีรับมือและดูแลผิวให้ห่างไกลจากความร่วงโรย
- ทาครีมกันแดดทุกวัน: เลือกกันแดดที่มีค่า PA+++ ขึ้นไปเพื่อปกป้องผิวจาก UVA แม้จะไม่ได้ออกแดดโดยตรง
- เลี่ยงน้ำตาลและของทอด: การทานหวานน้อยลงคือการตัดวงจรไม่ให้เกิดสาร AGEs ตั้งแต่ต้นลม
- เลือกทานอาหารที่มีคุณภาพ: สำหรับมื้อหลัก ควรเลือกแหล่งพลังงานที่ดีอย่าง ข้าวหอมมะลิแท้ ที่สะอาดและได้มาตรฐาน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ไปพร้อมกับการควบคุมสัดส่วนอาหารอย่างเหมาะสม
การดูแลผิวพรรณที่ถูกต้องจึงไม่ใช่แค่การบำรุงภายนอก แต่คือการเข้าใจกลไกของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแสงแดด หรือการเลือกวัตถุดิบชั้นดีอย่าง ข้าวหอมมะลิไทย มาสร้างสรรค์เมนูสุขภาพ เมื่อเราปกป้องผิวจาก UVA ควบคู่ไปกับการลดกระบวนการ Glycation ผิวที่อ่อนเยาว์และสุขภาพดีก็จะอยู่กับเราไปอีกนาน