ทำไม ‘ข้าวสารหอมมะลิไทย’ ถึงต้องชื่อ ‘105’
เวลาเราไปเลือกซื้อ ข้าวสาร ตามท้องตลาด หนึ่งในชื่อสายพันธุ์ที่คุ้นหูและขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยที่สุดคงหนีไม่พ้น “ขาวดอกมะลิ 105” แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมข้าวหอมระดับโลกที่มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตยและเนื้อสัมผัสนุ่มนวลขนาดนี้ ถึงได้มีตัวเลขรหัสพ่วงท้ายเหมือนหุ่นยนต์หรือสายการผลิตในโรงงาน?
เบื้องหลังตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์การเดินทางของ ข้าวหอมมะลิไทย ที่เปลี่ยนวงการเกษตรกรรมบ้านเราไปตลอดกาล
จุดเริ่มต้นจากรวงข้าวพื้นเมือง
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2488 คุณสุนทร สีหะเนิน เจ้าพนักงานเกษตรในสมัยนั้น ได้ออกสำรวจและรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองในแถบอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านได้พบกับข้าวสายพันธุ์หนึ่งที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ขาวดอกมะลิ” เพราะเมล็ดข้าวมีสีขาวบริสุทธิ์ราวกับดอกมะลิ
รวงข้าวที่ถูกคัดเลือกมาในวันนั้นมีจำนวนทั้งหมด 199 รวง หลังจากนั้นได้มีการนำไปปลูกทดลองเพื่อคัดเลือกสายพันธุ์บริสุทธิ์ที่สถานีทดลองข้าวโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี และขยายไปทดลองต่อในภาคอีสาน
ที่มาของรหัสลับ "105"
ขั้นตอนการคัดเลือกสายพันธุ์นั้นเข้มงวดมาก นักวิจัยต้องปลูกข้าวแยกเป็นแถวตามรวงที่เก็บมา เพื่อสังเกตลักษณะต้น ความทนทาน และคุณภาพของเมล็ด ผลปรากฏว่าข้าวที่มาจาก "รวงที่ 105" ให้ผลผลิตดีเยี่ยม ทนแล้งได้ดีในดินทรายของภาคอีสาน แถมเมื่อหุงสุกแล้วยังเหนียวนุ่ม มีกลิ่นหอมละมุนเป็นเอกลักษณ์
คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ข้าวของไทยจึงได้ประกาศรับรองพันธุ์อย่างเป็นทางการในชื่อ ข้าวสารหอมมะลิพันธุ์105 (หรือชื่อเต็มคือ ขาวดอกมะลิ 105) เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 ตัวเลข 105 จึงกลายเป็นเครื่องหมายการค้าแห่งความภูมิใจตั้งแต่นั้นมา
ธรรมชาติของสายพันธุ์ที่เลียนแบบยาก
ความพิเศษอย่างหนึ่งของสายพันธุ์นี้คือเป็น มะลิพันธุ์หนักเบา (หรือข้าวไวต่อช่วงแสง) หมายความว่าน้องจะไม่ได้ออกดอกตามอายุของต้นเหมือนข้าวนาปรังทั่วไป แต่จะยอมออกรวงก็ต่อเมื่อช่วงกลางวันสั้นลงในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ทำให้ข้าวชนิดนี้เก็บเกี่ยวได้เพียงปีละครั้ง ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม
และด้วยความที่ชอบอากาศแห้งเย็นในช่วงเก็บเกี่ยว ดินแดน "ทุ่งกุลาร้องไห้" ในภาคอีสานจึงกลายเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการเนรมิต ข้าวหอมมะลิแท้ ให้มีคุณภาพสูงที่สุดในโลก เพราะดินทรายที่นี่มีความเค็มอ่อนๆ และความแห้งแล้งในช่วงข้าวออกรวง กลับกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ต้นข้าวหลั่งสารหอม (2-Acetyl-1-pyrroline) ออกมามากกว่าปกติ
บทสรุปแห่งความใส่ใจ
ในปัจจุบัน แม้จะมีข้าวสายพันธุ์ใหม่ๆ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น หรือต้านทานโรคได้ดีขึ้น แต่ในแง่ของรสชาติ สัมผัส และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ข้าวหอมมะลิ ดอกมะลิ 105 ก็ยังคงครองแชมป์ในใจผู้บริโภคทั้งในประเทศและระดับสากลอย่างเหนียวแน่น
ครั้งต่อไปที่คุณตักข้าวสวยร้อนๆ สัมผัสนุ่มละมุนเข้าปาก ลองนึกถึงเรื่องราวของ "รวงข้าวที่ 105" ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าตัวเลขนี้แหละคือรหัสลับของความอร่อยที่แท้จริง