ความแตกต่างทางเคมีระหว่างสบู่ก้อน และสบู่เหลว

ความแตกต่างทางเคมีระหว่างสบู่ก้อน และสบู่เหลว

เมื่อเราเดินเข้าไปในแผนกของใช้ส่วนตัว สิ่งแรกที่มักจะดึงดูดสายตาคือกลิ่นหอมฟุ้งที่ชวนให้ผ่อนคลาย คล้ายกับกลิ่นหอมละมุนเวลาที่เราหุง ข้าวสารหอมมะลิพันธุ์105 ใหม่ ๆ ในห้องครัว แต่ในความหอมและลักษณะภายนอกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่าง "สบู่ก้อน" และ "สบู่เหลว" นั้น รู้หรือไม่ว่าในทางเคมี ทั้งสองสิ่งนี้มีโครงสร้างและปฏิกิริยาการเกิดที่แทบจะอยู่คนละขั้วกันเลยทีเดียว

จุดเริ่มต้นของความแตกต่างอยู่ที่กระบวนการผลิตและเบสของด่างที่ใช้ หากเป็นสบู่ก้อนดั้งเดิม ทางเคมีจะเกิดจากปฏิกิริยาที่เรียกว่า Saponification (การสะพอนิฟิเคชัน) ซึ่งเป็นการนำไขมันพืชหรือสัตว์มาทำปฏิกิริยากับ โซเดียมไฮดรอกไซด์ (Sodium Hydroxide) หรือโซดาไฟ ผลลัพธ์ที่ได้คือเกลือของกรดไขมันที่มีโมเลกุลแข็งตัวเป็นก้อน มีค่า pH ค่อนข้างเป็นด่าง (ประมาณ 9-10) ซึ่งทำให้มันมีประสิทธิภาพสูงมากในการชะล้างไขมันและสิ่งสกปรกออกจากผิวหนัง

ในทางกลับกัน สบู่เหลวที่เรานิยมใช้กันในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ไม่ได้มีสถานะเป็น "สบู่" ในทางเคมีแท้ ๆ แต่เป็นสารซักฟอกสังเคราะห์ หรือที่เรียกว่า Syndet (Synthetic Detergent) ซึ่งผลิตโดยการนำสารลดแรงตึงผิว (Surfactants) ชนิดต่าง ๆ เช่น Sodium Laureth Sulfate (SLES) มาผสมกับน้ำ สารเคมีเหล่านี้มีโครงสร้างโมเลกุลที่ยืดหยุ่นกว่า และมักใช้ โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (Potassium Hydroxide) ในกระบวนการผลิตแทนโซดาไฟ เพื่อให้เนื้อสัมผัสคงความเหลวและหนืดได้ดี แม้ว่าสารเคมีในสบู่เหลวจะดูซับซ้อน แต่ข้อดีคือเราสามารถปรับค่า pH ให้ใกล้เคียงกับผิวธรรมชาติ (ประมาณ 5.5) ได้ง่ายกว่า ซึ่งช่วยลดการระคายเคืองและไม่ทำให้ผิวแห้งตึงจนเกินไป

ความแตกต่างเชิงโครงสร้างนี้ยังส่งผลต่อการตอบสนองต่อสภาพน้ำที่แตกต่างกันด้วย สบู่ก้อนทั่วไปเมื่อเจอกับน้ำกระด้าง (น้ำที่มีแคลเซียมและแมกนีเซียมสูง) โมเลกุลของสบู่จะเข้าไปจับกับแร่ธาตุเหล่านั้นจนเกิดเป็น "ไคลสบู่" (Soap Scum) ที่เป็นคราบขาว ๆ ล้างออกยาก คล้ายกับการล้างเมล็ด ข้าวสาร ที่บางครั้งอาจมีละอองแป้งเกาะอยู่ ในขณะที่สารลดแรงตึงผิวในสบู่เหลวถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อน้ำกระด้างได้ดีกว่า จึงไม่ค่อยเกิดคราบและล้างออกได้หมดจดกว่าในทุกสภาพน้ำ

นอกจากนี้ การเติมสารบำรุงในขั้นตอนการผลิตก็มีข้อจำกัดที่ต่างกัน สบู่ก้อนมักจะสูญเสียความชุ่มชื้นธรรมชาติอย่างกลีเซอรีนออกไปในกระบวนการแยกส่วน หรือถ้าเติมน้ำมันบำรุงผิว (Superfatting) มากเกินไป ก้อนสบู่ก็จะนิ่มและละลายน้ำง่ายเกินไป ต่างจากสบู่เหลวที่สามารถกักเก็บกลีเซอรีน สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันรำข้าวจาก ข้าวหอมมะลิแท้ หรือมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นเอาไว้ในเนื้อของมันได้ยาวนานและคงตัวมากกว่า

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะชอบความสะอาดหมดจดแบบสบู่ก้อนที่ให้ความรู้สึกคลาสสิก หรือความเนียนนุ่มชุ่มชื้นจากสบู่เหลว การเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล เปรียบเหมือนความชอบในการทานข้าว บางคนชอบ ข้าวหอมมะลิ ที่เหนียวนุ่มกำลังดี แต่บางคนอาจจะชอบ มะลิพันธุ์หนักเบา ที่มีเนื้อสัมผัสและระยะเวลาการเก็บเกี่ยวเฉพาะตัวตามความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่น การเข้าใจความต่างทางเคมีของสบู่จะช่วยให้เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อดูแลสุขภาพผิวได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยในระยะยาว ยิ่งในปัจจุบันที่ผู้ผลิตมักดึงเอาเอกลักษณ์ความหอมและคุณประโยชน์จากธรรมชาติของ ข้าวหอมมะลิไทย มาเป็นส่วนผสม ยิ่งช่วยเพิ่มคุณค่าและยกระดับการดูแลผิวในชีวิตประจำวันของเราให้รื่นรมย์ยิ่งขึ้นไปอีก

สบู่

  • ขายดี
    สบู่ เลือดมังกร 3ก้อน Red Queen Dragon
    180.00 ฿
  • ขายดี
    สบู่ เลือดมังกร 2ก้อน Red Queen Dragon
    120.00 ฿
  • ขายดี
    สบู่ เลือดมังกร 1ก้อน Red Queen Dragon
    69.00 ฿
    ขายแล้ว 85

สบู่ 1 ก้อน ราคาขวดละ 69 บาท

สบู่ 2 ก้อน ราคาขวดละ 120 บาท

สบู่ 3 ก้อน ราคาขวดละ 180 บาท

 

Line ID: @ecocar
Call Center: 02-002-4606
ติดต่อโดยตรง (คุณเอ๋): 0922848660